ถั่วลิสงกินแล้วอ้วนไหม

ถั่วลิสงกินแล้วอ้วนไหม

ถั่วลิสง ถือเป็นธัญพืชที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี ถ้ารวมตระกูลถั่วทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่คนจะนำมาผสมกับอาหารเพื่อให้มีรสชาติที่อร่อย เช่น นำถั่วลิสงไปคั่วจนละเอียดแล้วนำไปทำเป็นเครื่องปรุงหรือนำไปใส่ในเครื่องแกงให้เมนูอาหารมีความอร่อยมากขึ้น และคนนิยมนำมาทานเล่นเพราะเป็นธัญพืชที่หาทานได้ง่ายและมีราคาถูก

แต่หลายคนก็คงสงสัยว่า หากเราทานถั่วลิสงจำนวนเยอะๆจะทำให้อ้วนรึเปล่า วันนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยพร้อมกันว่า ควรทานถั่วลิสงมากน้อยเพียงใดเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี ไปฟังกันได้เลยค่ะ

การรับประทานถั่วลิสงนั้นรับประทานได้ทั้งแบบต้มและแบบคั่ว แต่หากจะรับประทานให้ได้คุณค่ามากกว่าแนะนำให้รับประทานแบบต้ม เพราะเป็นการเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกายและทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้นกว่าปกติ อีกทั้งยังให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากมายหลากหลายชนิด ทั้ง เรสเวอราทรอล ซึ่งช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ช่วยแก้ปัญหาอาการผื่นคันต่างๆ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย ที่สำคัญถั่วต้มยังมีเส้นใยที่ทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างสะดวกเลยทีเดียว

แต่ หากรับประทานถั่วลิสงแบบคั่ว ควรเป็นถั่วลิสงคั่วแบบที่ไม่ปรุงรสชาติ การนำถั่วลิสงมาคั่วนั้นให้พลังงานสูงแต่ทำให้รู้สึกอิ่มง่ายเพราะมีกากใยมาก แต่สามารถช่วยให้เราลดการทานของจุกจิกลงได้ และที่สำคัญถั่วลิสงยังสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้ หากใครที่กำลังลดน้ำหนักถ้าเพิ่มถั่วลิสงลงไปในมื้ออาหารจะช่วยลดน้ำหนักได้ถึงสองเท่า หรืออาจนำมาทานเล่นแทนขนมขบเคี้ยวต่างๆเพราะในถั่วมีโปรตีนสูง ช่วยให้อยู่ท้อง ไม่หิวเร็ว และทำให้รู้สึกไม่อยากทานของจุกจิก

ดังนั้นคำถามที่หลายคนสงสัยว่า หากกินถั่วลิสงจะอ้วนไหม ตอบเลยว่าทั้งถั่วลิสงต้มและถั่วลิสงคั่ว หากกินในปริมาณที่พอเหมาะก็ไม่ทำให้อ้วน แต่ถ้ากินในปริมาณมากก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน เราสามารถจำกัดแคลอรี่จากถั่วลิสงได้ เพราะถั่วลิสงเป็นอาหารที่แคลอรี่สูงพอตัว ควรกินถั่วลิสงไม่เกินครั้งละประมาณ 17 เม็ด หรือประมาณ 1 ฝ่ามือ ให้พลังงานประมาณ 100 กิโลแคลอรี่

การรับประทานถั่วลิสงจำนวนเยอะนอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นได้ยังทำให้ตดบ่อยอีกด้วยนะคะ เพราะถั่วมีส่วนประกอบของน้ำตาลชนิดที่ย่อยยาก แต่การตดบ่อยไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย และควรเลือกทานถั่วที่สดใหม่ ไม่มีเชื้อรา ไม่มีกลิ่นอับ เพื่อให้สะอาดและปลอดภัยต่อการรับประทานนั่นเองค่ะ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *